ไทยพรีเมียร์ลีก ชื่อเดิม: ไทยลีก, ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก, ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก เป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ระดับสูงสุดของประเทศไทย บริหารงานโดย บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด (TPLC) ซึ่งได้รับมอบหมายจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการบริหารจัดการ ตามปกติจะดำเนินการจัดแข่งขัน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 34 นัดต่อทีมต่อฤดูกาล รวมทั้งหมด 306 นัดต่อฤดูกาล ซึ่งการแข่งขันส่วนมาก จะมีขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่บางนัดอาจแข่งขันในวันอังคารหรือวันพุธ ทั้งนี้ ในฤดูกาลปัจจุบัน (พ.ศ. 2556) เป็นการแข่งขันครั้งที่ 18 และมีผู้สนับสนุนหลักคือบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงมีชื่อเรียกว่า โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก
โดยแรกเริ่ม ปี พ.ศ. 2449 การแข่งขันฟุตบอลสโมสรไทยสมัยนั้นประกอบด้วยทัวร์นาเมนต์ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานประเภท ก ข ค และ ง ถ้วย ก. เป็นถ้วยรางวัล สูงสุด เป็นเวทีสำหรับสโมสรชั้นแนวหน้า ฟาดแข้งกันมาตั้งแต่ ปี 2449 ผู้คว้าแชมป์แรกไปครองคือ สโมสรจากกรมมหรสพ ด้วยระบบการแข่งขันแบบ ทัวร์นาเมนต์ คือเตะแพ้ตกรอบ ผู้ชนะผ่านเข้าไปพบสโมสรต่อไป มีบันทึกว่าสโมสรทหารอากาศคว้าแชมป์ถ้วย ก ไปครองสูงสุด 12 สมัย
ฟุตบอลถ้วย ก จัดการแข่งขันในฐานะถ้วยระดับสูงสุดของไทยมาจนถึงปี 2539 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศ ไทยในพระราชูปถัมภ์จึงริเริ่มปรับปรุงระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ จากวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นเลิศ มาเป็นรูปแบบอาชีพ โดยเริ่มก่อตั้งฟุตบอลลีกสูงสุดขึ้น ซึ่งมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน เริ่มแรกที่ 10 ทีม ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 12 ทีมในเวลาต่อมาให้มีการแข่งขันระบบฟุตบอลลีกเก็บคะแนนที่มีการแข่งแบบทีมเหย้า และ ทีมเยือน ใช้เวลาการแข่งขัน 8-9 เดือนต่อ 1 ฤดูกาล ให้สโมสรที่เก็บสะสมคะแนนสูงสุดเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลเป็นทีมชนะเลิศ สโมสรที่มีคะแนนน้อยร่วงตกชั้นลงไปเล่นในลีกระดับรองลงมา นี้เป็นระบบแข่งขันที่แฟนบอลไทยคุ้นเคยดีจากการติดตามฟุตบอลต่างประเทศ ไม่ว่าพรีเมียร์ลีกอังกฤษ บุนเดสลีกาเยอรมนี กัลโช่เซเรียอาอิตาลี ล้วนใช้ระบบนี้จนเป็นที่โปรดปรานของ คอบอลทั่วโลก
โดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ ตกลงกับสโมสรที่เคยร่วมแข่งขันในฟุตบอลถ้วย ก จัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกขึ้นครั้งแรก เรียกชื่ออย่างเป็นทางการตามผู้สนับสนุนว่า จอห์นนี วอล์กเกอร์ ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก แชมป์แรกตกเป็นของสโมสรธนาคารกรุงเทพ แต่ทว่าการแข่งขันฟุตบอลลีกของไทยความ คาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ลีกอาชีพ ก็ยังไม่ได้รับความนิยม ด้วยสโมสรทั้งหมดล้วนมีที่ตั้งในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล อีกทั้งเป้าหมายของการสร้างทีมก็เป็นไปเพื่อประชาสัมพันธ์องค์กรหรือหน่วยงาน
ปี พ.ศ. 2542 การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกเพิ่มขึ้นอีก 1 ลีก เรียกว่า โปรวินเชียลลีก หรือ โปรลีก เตะคู่ขนานไปกับการแข่งขันฟุตบอลลีกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กำหนดให้สโมสรใน โปรลีกเป็นตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทว่าผ่านไป 7 ปีโปรลีกก็ยังไม่ได้รับความนิยม ภายใต้ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าวงการลูกหนังไทยคงไม่มีวัน จุดติด ได้รับความนิยมเหมือนฟุตบอลต่างประเทศ
ปี พ.ศ. 2549 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ สมาคมฟุตบอลแหงประเทศไทยฯ และ กกท. ตัดสินใจยุบรวมสองลีกเข้าเป็นหนึ่งเดียว โดยรับเอา 2 สโมสรที่มีผลงานดีที่สุดจากโปรลีกเข้ามาร่วมสังฆกรรมกับสโมสรชื่อดังในเมืองหลวง การรวมตัวครั้งนั้นทำให้การแข่งขันฟุตบอลลีกของไทยประกอบขี้นจากสโมสร องค์กร-หน่วยงาน และ สโมสรท้องถิ่น ครั้งแรก
ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 การยุบโปรวินเชียลลีกโดยให้สโมสร 4 อันดับแรก เข้าแข่งขันในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกแทน รวมจำนวนสโมสรในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็น 16 ทีม พร้อมทั้งเพิ่มเงื่อนไขให้สโมสรซึ่งอยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายเมื่อจบฤดูกาล ต้องตกชั้นไปสู่ไทยลีกดิวิชัน 1 โดยมีทีมชนะเลิศ กับอันดับ 2 และ 3 ของไทยลีกดิวิชัน 1 ขึ้นชั้นมาสู่ไทยพรีเมียร์ลีกเป็นการทดแทน ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2550 ประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งก็ได้รับการจารึกเมื่อ ฉลามชล ชลบุรี FC ยอดทีม ภูทร จากแผ่นดินริมทะเลตะวันออกที่มีฐานแฟนคลับของสโมสรรวมตัวเป็นกลุ้มก้อน ก็โชว์ฟอร์มสดคว้า ตำแหน่งแชมป์ลีกไปครองชนิดหักปากกาเซียน ทำให้กระแสคลั่งไคล้ฟุตบอลไทยลีกก่อตัวขึ้นช้ำๆ ทว่าด้วยระบบการจัดการแข่งขันและการบริหารงานของสโมสรในช่วงนั้นก็ยังไม่พอที่จะเรียกว่าการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทย
และในปี พ.ศ. 2551-2554 สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ AFC ประกาศวิสัยทัศน์ วิชันเอเชีย ตั้งเป้าให้ สโมสรฟุตบอลเอเชียดำเนินกิจการอย่างมืออาชีพและเติบใหญ่เทียบเท่ามาตรฐานยุโรป ข้อบังคับของวิชันเอเชียมีนับ 10 ข้อ ที่สำคัญเช่นให้สโมสรฟุตบอลในแต่ละประเทศต้องจดทะเบียนนิติบุคคลแสวงหาผลกำไรและรายได้ในรูปบริษัท ธุรกิจอย่างเต็มตัว จะแจกบัตรฟรีหรือหาเสียงทางการเมืองไม่ได้ และต้องตั้งหน่วยงานรับผิดชอบจัดการแข่งขันขึ้น เฉพาะ หากไม่ปรับตัวก็ต้องถูกเขี่ยไปเป็นประเทศชั้นสองของวงการลูกหนังเอเชีย คือ ถูกตัดสิทธิ์ส่งทีมลงเล่นในถ้วย สูงสุดของสโมสรเอเชีย คือ AFC Champions League ที่มีเงินรางวัลก้อนใหญ่เป็นรายได้ให้สโมสรอย่างมากมาย
สารฉบับดังกล่าว เป็นผลให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องดำเนินการจัดตั้ง บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด จดทะเบียนเมื่อเดือนกันยายน 2551 ขึ้นเพื่อดูแลการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกเป็นผู้จัดการแข่งขัน ฟุตบอลลีกภายในประเทศ อย่างเป็นอาชีพที่แท้จริง โดยมีวิชิต แย้มบุญเรือง เป็นประธานกรรมการ (ปัจจุบัน: ดร.องอาจ ก่อสินค้า) และออกระเบียบให้ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ ต้องจัดตั้งในรูปนิติบุคคล (บริษัท) เพื่อดำเนินการบริหารสโมสรในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว และมีการจัดการอย่างมืออาชีพยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่าทุกสโมสรต้องคำนึงถึง ผลประกอบการการอยู่รอดด้วยตัวเลขกำไร ขาดทุน บางสโมสรที่ไม่อาจปรับตัวได้ก็จำเป็นต้องขายกิจการหรือยุบสโมสร ขณะที่บางสโมสรจัดการ รีแบรนดิ้ง ตัวเองใหม่ให้กลายเป็นบริษัทนิติบุคคล เช่น สโมสรทหารบก ก็กลายเป็น สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด สโมสรองค์การโทรศัพท์ กลายเป็น ฮัลโหล ทีโอที เอสซี เป็นต้น และทำให้ฟุตบอลลีกอาชีพของไทย เริ่มจุดติออกไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จากเดิมที่สโมสรฟุตบอลต่างๆ จะกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น จึงกลับมาเป็นที่นิยมของแฟนฟุตบอลไทยอีกครั้ง
นี้คือ พัฒนาการที่แตกต่างอย่างมากจากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ และในปี พ.ศ. 2558 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ต้องการให้ลีกมีความแข็งแกร่งและผลักดันให้เป็นลีกชั้นนำของเอเชียตามเป้าหมาย
สโมสร
แหล่งที่มา : http://thaipremierleague.co.th/2015/tpl_skills.php?nid=00642
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น